Unlimited Web HostingFree Wordpress ThemesDeposit Poker

สถานการณ์หญิงต่างชาติในญี่ปุ่น

japan2-s

บ้านศาลา เป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือ ด้านที่พักพิงแก่หญิงต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น โดยทำงานให้คำปรึกษา ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และมีล่ามที่คอยช่วยเหลือในการสื่อสาร ทั้งภาษาไทย ฟิลิบปินส์ อังกฤษ สเปน โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 ข้อมูลจากการศึกษาหญิงที่มาขอความช่วยเหลือจากบ้านศาลา ตั้งแต่เริ่มเปิดบ้านพัก 183 ราย ทำให้ได้ทราบถึงแนวโน้มสถานการณ์ การค้าหญิงและปัญหาการบังคับค้าประเวณี ในประเทศญี่ปุ่น ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ผลจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ขอความช่วยเหลือจากบ้านศาลาส่วนใหญ่ เป็นหญิงไทยและหญิงชาวฟิลิปปินส์ กล่าวคือเป็นหญิงไทย 171 ราย หรือ ร้อยละ 93.4

ผู้หญิงที่เดินทางมาทำงานที่ญี่ปุ่น เป็นกลุ่มที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว 66 ราย หรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ที่มาขอความช่วยเหลือทั้งหมด เป็นหญิงโสด 78 ราย ไม่มีข้อมูล 39 ราย มีจำนวน 92 ราย ที่ไม่ทราบมาก่อนว่าจะต้องมาทำงานค้าประเวณี โดยถูกชักชวนจากนายหน้า ให้มาทำงานร้านอาหาร งานโรงงาน งานเสริฟ เป็นพนักงานเต้นรำ และงานบ้าน จำนวน 43 ราย ที่รู้ว่าต้องมาทำงานค้าประเวณี และจำนวน 48 ราย ไม่มีข้อมูล

ในกลุ่มที่รู้ว่าจะต้องทำงานค้าประเวณี ก็ต้องประสบปัญหาจากการจ่ายหนี้สินแก่เจ้าของร้าน โดยมีหนี้สูงสุด มากกว่า 5 ล้านเยน ส่วนใหญ่ต้องจ่ายหนี้ 3.5 – 4 ล้านเยน มีเพียงส่วนน้อยที่มีหนี้สินต่ำกว่า 2 ล้านเยน ในการทำงานแต่ละวัน ผู้หญิงต้องมีค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ ทั้งค่าคุ้มครอง ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ แต่ละวันต้องจ่ายถึง 50,000 เยน ในขณะที่รายได้จากการรับลูกค้าแต่ละครั้งประมาณ 10,000 เยน

ดังนั้น ผู้หญิงจึงต้องรับลูกค้าอย่างน้อย 5 คนต่อวัน และต้องประสบปัญหาด้านสุขภาพหลายด้าน รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงที่หลบหนีมาบ้านศาลา มีกรณีที่รู้มาก่อนว่าจะต้องมาทำงานค้าประเวณี แต่ไม่สามารถทนกับ สภาพการทำงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบดังกล่าวได้

โดยมากทำงานอยู่ย่านอีบารากิ และชีบะ ในเมืองโตเกียว นอกจากนี้ บางคนยังถูกขายต่อให้กับลูกค้า แต่ผู้หญิงก็ยังขาดอิสระเพราะต้องถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้อง ผู้หญิงที่เข้าพักในบ้านศาลาส่วนใหญ่ ถูกส่งต่อจากสถานทูต ตำรวจ คนรู้จักหรือเพื่อน จากลูกค้า และจากองค์กรต่าง ๆ

นอกจากปัญหาการค้าหญิงแล้ว พบว่า มีหญิงไทยที่ขอความช่วยเหลือจากบ้านศาลา เนื่องจากมีปัญหากับสามีชาวญี่ปุ่น ผู้หญิงส่วนใหญ่โทรศัพท์ มาขอคำปรึกษาเรื่องการหย่าและสิทธิในการเลี้ยงดูบุตร ตามกฎหมายประเทศญี่ปุ่น หากผู้หญิงออกจากบ้านไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม จะทำให้การขอสิทธิเลี้ยงดูบุตรเป็นไปได้ยาก ตามกฎหมายคนเข้าเมือง หากหญิงต่างชาติไม่มีวีซ่าอยู่ในประเทศอย่างถาวร และทอดทิ้งบุตรของตนไว้กับสามี จะทำให้ขอวีซ่าได้ยากมากขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ หากคู่สมรสหย่าขาด และปฏิเสธที่จะเป็นผู้รับรองภรรยาชาวต่างชาติของตนในการขอวีซ่า จะทำให้มีโอกาสน้อยมากในการได้รับการต่ออายุวีซ่า และหากไม่ได้รับการต่ออายุก็จะถูกตัดสิทธิด้านสวัสดิการต่าง ๆ

ปัจจุบัน กองตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ในปีพ.ศ.2544 มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศกว่า 5 ล้านคน รวมกรณีที่เดินทางเข้าหลายครั้ง พบว่า เป็นกรณีที่เป็นวีซ่ามาแต่งงาน 20,857 ราย มีจำนวนที่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย 220,552 คน อันดับสูงสุดเป็นชาวบราซิล รองลงมาคือฟิลิปปินส์ จีน

ส่วนคนไทย เป็นอันดับสี่ประมาณการณ์ว่ามี 15,693 คน หรือประมาณร้อยละ 7.6

 

ข้อมูล Sociology on Trafficking in Japan เอกสารจาก House for Women “Saalaa” PO.BOX 13, Aoba Post Office, 225-8691 3/24/2547

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

Thai / English

บทความล่าสุด
ปฎิทินกิจกรรม
February 2018
M T W T F S S
« Aug    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728