Unlimited Web HostingFree Wordpress ThemesDeposit Poker

สถานการณ์การค้ามนุษย์โดยเฉพาะหญิงและเด็กต่างชาติกับการพัฒนากระบวนการให้ความช่วยเหลือ

 

women

เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา มูลนิธิผู้หญิงได้จัดการเสวนา เรื่อง สถานการณ์การค้ามนุษย์โดยเฉพาะหญิงและเด็กต่างชาติกับการพัฒนากระบวนการให้ความช่วยเหลือ โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้แทนจากองค์กรพัฒนาเอกชนกว่า 50 คน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอแนวทางการคุ้มครองผู้เสียหายที่มีประสิทธิภาพ

จิราพร เอื้อเฟื้อ  ผู้ประสานงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ให้ข้อสังเกตจากการทำงานว่า สถานการณ์การค้ามนุษย์มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ มูลนิธิได้ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กรวม ๕๑๐ คน พบผู้หญิงและเด็กต่างชาติที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ๑๓๐ คน หรือ ๒๕ % ของทั้งหมด แต่ใน ๖ เดือนของปี พ.ศ. ๒๕๔๙ มูลนิธิช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กทั้งสิ้น ๑๙๗ คน พบผู้เสียหายฯ ๗๗ คน หรือ ๓๙ % ที่น่าห่วงใยมากคือ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ส่วนใหญ่ หรือ ๘๐ % เป็นเด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี และเป็นผู้เสียหายสัญชาติลาวที่ถูกนำมาบังคับใช้แรงงานทั้งในโรงงานหรือภายในบ้าน 

ล่าสุดมูลนิธิฯ ร่วมกับสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ และกองปราบปรามการกระทำความผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี (ป.ด.ส.) ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กสัญชาติลาว ๑๗ คน ซึ่งถูกบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาสจากโรงงานทำถุงมือ ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทุกคนต้องทำงานตั้งแต่ ๐๕.๓๐ – ๒๒.๐๐น. โดยไม่มีวันหยุด และถูกกักขัง ทำร้ายร่างกายตลอดระยะเวลาทำงาน 

วัลลภ พลอยทับทิม- ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงและพัฒนามนุษย์  เน้นย้ำความสำคัญของการประสานงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งจะประสบผลสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชน หรือแม้แต่ชุมชนในประเทศต้นทาง เพราะขบวนการค้ามนุษย์เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งเป็นองค์กรที่มีทั้งเงินและอิทธิพล ในส่วนของการพัฒนากระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญทุกด้าน ทั้งในเรื่องของการคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ การนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและอาญามาปรับใช้ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการชดเชย ตลอดจนสามารถดำเนินคดีกับขบวนการค้ามนุษย์ได้และที่สำคัญที่สุด การดำเนินงานช่วยเหลือต้องคำนึงถึงผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งการให้ความคุ้มครองความปลอดภัยให้ถึงครอบครัวของผู้เสียหายด้วย ซึ่งการให้ความสำคัญและมองผู้เสียหายเป็นศูนย์กลางนั้น จะส่งผลให้การดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดได้ง่ายขึ้น เพราะการดำเนินคดีต้องอาศัยความร่วมมือของผู้เสียหายเป็นสำคัญ 

พ.ต.ท.ประวิทย์ ศิริธร- กองกำกับการ ๓ ศูนย์สืบสวนสวบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวถึง สถานการณ์แรงงานต่างด้าวที่ถูกจับกุมเข้าห้องกัก ในแต่ละวัน มีประมาณ ๒๐๐ – ๓๐๐ คนซึ่งงานคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ ได้คัดแยกบุคคลที่มีน่าเชื่อว่าอาจตกเป็นเหยื่อขององค์การค้ามนุษย์ โดยประสานงานกับองค์กรพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ ปัจจุบันงานคัดแยกเหยื่อได้ขยายผลการดำเนินคดีทั้งนายหน้าและนายจ้าง ตามกฎหมายหลัก เช่น พรบ.คนเข้าเมือง และ พรบ.ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ 

ซึ่งการดำเนินคดีกับนายจ้างนั้น ปัจจุบันมีบทลงโทษเพียงแค่ ปรับ นายจ้างจึงไม่มีความเกรงกลัว หากมีลงโทษจำคุก นายจ้างอาจเกรงกลัวไม่กล้ากระทำความผิด ในส่วนนายหน้า ทางสตม.ได้ดำเนินการกับนายหน้าที่รับคนเข้ามาหรือออกไป โดยนายหน้าที่มีพาสปอร์ต สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเพิกถอนพาสปอร์ตของบุคคลเหล่านั้น ส่วนคนที่ไม่มีพาสปอร์ต จะดำเนินการตรวจสอบขยายผลต่อไป ปัญหาอีกส่วนหนึ่งที่พบ เหยื่อการค้ามนุษย์ เช่น เหยื่อจากการค้าประเวณีได้เกิดความชินชากับสภาพการทำงาน จึงยากต่อการให้ข้อมูลในการขยายผลดำเนินคดีกับขบวนการค้ามนุษย์ 

สถาพร จารุภา – ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองแรงงาน  สำนักคุ้มครองแรงงานรับผิดชอบดูแลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยคำนึงถึง สิทธิต่าง ๆ ที่พึ่งมีพึ่งได้ ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้กับบุคคลทุกคนที่ทำงานในประเทศไทย ทุกสัญชาติ ไม่ว่าจะเข้าเมืองถูกต้องหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีของแรงงานหญิงและเด็กลาวโรงงานทำถุงมือ พนักงานตรวจแรงงานได้ประสานงานกับพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายจ้าง ที่หนักที่สุดได้แก่ การจ้างงานเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีเข้าทำงาน โทษคือ จำคุก ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๒ แสนบาท รวมข้อหาที่แจ้งไปทั้งหมด ๑๐ ข้อหา ปัจจุบันพนักงานตรวจแรงงานอยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริง สำหรับการดำเนินงานขั้นต่อไปถ้านายจ้างและลูกจ้างไม่สามารถเจรจาประนีประนอมยอมความกันได้ ในขั้นพนักงานตรวจแรงงานได้ พนักงานตรวจแรงงานจะออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าแรงให้กับลูกจ้าง อย่างกรณีนี้นายจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างค้างจ่ายให้ลูกจ้างประมาณ ๓ ล้านบาทเศษ ซึ่งหากนายจ้างไม่พอใจก็สามารถนำเงินไปวางที่ศาลแรงงานเท่ากับที่พนักงานตรวจแรงงานสั่งได้ และต่อสู้ความในชั้นศาลต่อไป ซึ่งอาจใช้ระยะเวลายาวนานตามกระบวนการยุติธรรม

คุณนัยนา สุภาพึ่ง – คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  เน้นความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจให้ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เนื่องจาก ผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า ตนเองมีสิทธิได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในฐานะผู้เสียหาย เพราะส่วนใหญ่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย จึงทำให้ไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือใดใด ในปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ มีความตื่นตัว ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ แต่ปัญหาก็คือ ปริมาณการค้ามนุษย์มีมากกว่าสัดส่วนเจ้าหน้าที่ซึ่งตระหนักและเข้าใจถึงปัญหา การทำงานของเอ็นจีโอเพียงฝ่ายเดียวจึงไม่สามารถทำให้ปัญหาลดลงอย่างแน่นอน ภาครัฐจึงต้องเพิ่มพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการค้ามนุษย์มากขึ้น เพื่อให้เกิดการคุ้มครองที่มีประสิทธิภาพ และส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินคดีกับขบวนการค้ามนุษย์อีกด้วย

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

Thai / English

บทความล่าสุด
ปฎิทินกิจกรรม
November 2017
M T W T F S S
« Aug    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930