Unlimited Web HostingFree Wordpress ThemesDeposit Poker

อาเซียน 2015 ผู้หญิงจะได้อะไร กลไกอาเซียนด้านสิทธิผู้หญิง จะเป็นความหวังได้หรือ?

 

logo_asean_charter

ความตื่นตัวในการมาถึงของประชาคมอาเซียน มีเพิ่มมากขึ้นในปีปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากการปรับเปลี่ยนระยะเวลาเปิดภาคเรียนของสถาบันการศึกษาไปจนถึงการจัดเวทีของหอการค้า นักลงทุน เพื่อเตรียมรับกับประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียน แต่สำหรับชาวบ้านโดยทั่วไป ก็ยังไม่มีโอกาสรับรู้มากนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า รวมถึง การเปลี่ยนแปลง และผลกระทบที่จะเกิดกับผู้หญิง จากอาเซียน 2015

แม้ว่าปัจจุบัน ตามกฎบัตรอาเซียน หรือ ASEAN CHARTER ซึ่งอาเซียนได้จัดทำขึ้น เป็นธรรมนูญรับรองอาเซียนให้เป็นองค์กรนิติบุคคล ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 จะได้ระบุอย่างแจ่มชัดให้การดำรงชีวิตที่ดีและสวัสดิการของประชาชนเป็นศูนย์กลางของกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน กฎบัตรอาเซียนนี้นับเป็นกฎหมายรองรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียนอันประกอบด้วยแผนงานสามเสาหลัก คือการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรม ในการกำหนดทิศทางความร่วมมือและการทำงานร่วมกันของประเทศภาคีสมาชิก

อย่างไรก็ตาม ในแผนประชาคมเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแผนที่อาเซียนให้ความสำคัญเป็นหลัก ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบต่อประชาชนกลุ่มใดๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องผู้ได้รับผลกระทบจากการรวมตัวเป็นตลาดเดียว ฐานการผลิตเดียว หรือผู้เป็นภาคีในการขับเคลื่อนประชาคม แม้จะมีการกำหนดการจัดตั้งกรรมาธิการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค แต่ก็มีการดำเนินงานอย่างล่าช้า ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้หญิงในฐานะผู้บริโภค ยังไม่เห็นช่องทางในการเคลื่อนไหวเรียกร้องหากต้องการความคุ้มครองสิทธิในฐานะผู้บริโภค

คำถามที่เราต้องติดตามก็คือแล้วผู้หญิง ในฐานะเกษตรรายย่อย แรงงาน หรือลูกจ้างรายวัน และในฐานะผู้บริโภค จะได้รับผลกระทบจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไร ในขณะที่การเคลื่อนย้ายเสรีของแรงงาน ก็เปิดเฉพาะอาชีพที่เป็นแรงงานที่มีฝีมือ เป็นงานเฉพาะผู้เชี่ยวชาญ หรือมีใบรับรอง ในขณะที่ผู้หญิงที่เป็นแรงงานเคลื่อนย้ายไปเป็นแรงงานภาคบริการ งานนวด งานร้านอาหาร งานบ้าน หรือในงานที่ถูกกำหนดเป็นแรงงานไร้ฝีมือ

เป็นที่น่าสนใจว่า อาเซียนได้จัดตั้ง กลไกคุ้มครองเฉพาะสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงและเด็ก เรียกว่า คณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็กตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ซึ่งปัจจุบันมีผู้แทนประเทศละ 2 ท่าน ร่วมในคณะกรรมาธิการนี้โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของสตรีและเด็กในอาเซียน ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของสตรีและเด็ก โดยให้ได้รับการพัฒนา ได้รับการส่งเสริมศักยภาพ และได้มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์ของอาเซียนตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรอาเซียน และยังต้องเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลกเพื่อดำเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็กในระดับประเทศและระดับโลก

และให้ยึดหลักสิทธิมนุษยชน ตามที่ระบุไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนปฏิญญาและแผนปฏิบัติการเวียนนา อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Conventionon the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women-CEDAW), อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rigts of the Child-CRC), แผนปฏิบัติการปักกิ่ง (Beijing Platform for Action-BPFA) รวมถึงข้อตกลงอื่นๆ คำถามก็คือ กลไกอาเซียนคุ้มครองสิทธิผู้หญิง จะเป็นความหวังได้เพียงใด

ในการประชุมของคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก (ACWC) ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2555 ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแผนการทำงานปี 2555-2559 และร่างปฏิญญาว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดประชุมร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านเด็กและสตรี

แม้นว่า กรรมาธิการด้านสตรีและเด็กจะได้คะแนนจากท่าทีที่เปิดกว้างให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นต่อร่างปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก แต่อันที่จริง คณะกรรมการธิการ ไม่จำเป็นต้องจัดทำปฏิญญาฉบับใหม่ให้เสียเวลา ในเมื่อประเทศต่างๆ ในอาเซียนก็เป็นภาคีทั้งอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งมีข้อผูกพันถึงกฎหมาย นโยบาย และมาตรการภายในของประเทศภาคีอยู่แล้วในขณะที่ปฏิญญาเป็นเพียงการประกาศเจตนารมณ์เท่านั้น

การที่ผู้แทนจากภาคประชาสังคม รวม 20 คน จาก 10 ประเทศ และอีกสิบกว่าคนจากองค์กรระดับภูมิภาค เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลก็ด้วยความตื่นเต้นที่จะแสดงความคิดเห็นต่อร่างแผนงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของหญิงและเด็กของคณะกรรมาธิการมากกว่า แต่คณะกรรมาธิการกลับให้ความสำคัญและให้ระยะเวลากับร่างปฏิญญาฯ มากกว่าร่างแผนงานฯ ทำให้ระยะเวลาในการประชุมกับภาคประชาสังคมที่ถูกลดลงเหลือเพียงสามชั่วโมงจากกำหนดการเดิม จึงยิ่งเหลือน้อยนิด ทำให้มีส่วนร่วมได้ไม่ทั่วถึง

นอกจากนี้ ยังพบว่าแผนงานที่เผยแพร่ในที่ประชุมนั้น มีหลายโครงการที่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานในระดับประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก หรือ การจัดทำแนวทางปฏิบัติในครอบครัวเพื่อป้องกันความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก สิ่งที่ผู้แทนภาคประชาสังคมคาดหวัง คือ คณะกรรมาธิการจะทำหน้าที่ เป็นปากเป็นเสียงแทนผู้หญิงและเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบุคคลด้อยโอกาสที่สุดและกลุ่มชนชายขอบ โดยมีโครงการที่จะนำไปสู่การกระตุ้นประเทศภาคีให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายกฎหมาย และมาตรการเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเพิ่มสถานภาพของผู้หญิงและเด็กและกลุ่มบุคคลตามที่กำหนดในขอบเขตหน้าที่

ดูเหมือนว่า บนถนนสู่อาเซียน 2015 ยังเป็นประเด็นท้าทายของพวกเราในภาคประชาสังคมและกลุ่มผู้หญิงเราคงไม่อาจฝากความหวังไว้กับกลไกใดๆ นอกจากการสร้างความตระหนักในกลุ่มประชาชน สร้างแนวร่วมในการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิของตนเอง เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากอาเซียน

 

บทความโดย  อุษา เลิศศรีสันทัด ผู้อำนวยการโครงการ มูลนิธิผู้หญิง

 หน้า 7,มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2555

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

Thai / English

บทความล่าสุด
ปฎิทินกิจกรรม
August 2017
M T W T F S S
« Jan    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031